ถาพประกอบจาก haamor
ถาพประกอบจาก haamor

โรคตาแดง (viral conjunctivitis)

เป็นโรคที่พบการระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีน้ำท่วม พบได้ทุกเพศ ทุกวัย และสามารถติดต่อแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆที่ไปโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็กหรือในที่ชุมชน

สำหรับโรคตาแดง (viral conjunctivitis) เป็นโรคที่มีเยื่อบุตาขาวอักเสบจากเชื้อไวรัส ผู้ที่เป็นสามารถที่จะแพร่กระจายเชื้อสู่บุคคล รอบข้าง ได้ด้วยการสัมผัส เช่น ใช้มือจับตา ตนเอง หรือขยี้ตาแล้วไปจับต้องมือผู้อื่นหรือใช้ของร่วมกับผู้อื่น

สาเหตุ

เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีระยะฟักตัว (ตั้งแต่รับเชื้อเข้าไปจนเริ่มแสดงอาการของโรค) 2-14 วัน

อาการ

  • ตาแดง (อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง)
  • ปวดตา
  • เคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตามาก
  • เปลือกตาบวมแดง
  • อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่หน้ากกหูโตและกดเจ็บ
  • ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนและปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ อาการจะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์

อาการที่อาจเกิดร่วม

  • มีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ
  • เลือดออกใต้เยื่อบุตา
  • เยื่อบุตาติดกัน
  • มีอาการสู้แสงไม่ได้หากมีภาวะกระจกตาอักเสบร่วมด้วย
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง

การรักษา

  1. พบจักษุแพทย์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  2. หยอดยาตามคำแนะนำและตรวจติดตามนัด เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจึงยังไม่มียาหยอดตาท่ี่ใช้ในการฆ่าเชื้อโดยตรง บางครั้งจักษุแพทย์จะพิจารณาจ่ายยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์เพื่อให้อาการของโรคดีขึ้น แต่เนื่องจากตาแดงมีได้หลายสาเหตุ ผู้ป่วยจึงไม่ควรซื้อยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาหยอดตาเอง หรือนำยาหยอดตาที่ตนเองหยอดไปให้บุคคลรอบข้างที่มีตาแดงหยอด เพราะในโรคตาแดงบางสาเหตุการใช้ยา สเตียรอยด์หยอดจะทำให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้นหรือการติดเชื้อลุกลามได้

การป้องกันโรคตาแดง

  1. หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่บ่อยๆเพราะมือที่มีเชื้อโรคจะเป็นสื่อแพร่กระจายเชื้อเป็น อย่างดี โดยเฉพาะหากต้องเข้าไปในที่ชุมชน เช่นห้างสรรพสินค้า กดลิฟต์ในที่ชุมชน นั่งรถไฟฟ้าหรือรถประจำทาง
  2. ไม่ขยี้ตา (ทั้งผู้ที่เป็นตาแดงและบุคคลอื่นในครอบครัว)
  3. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หมอน (ควรซักปลอกหมอนทุกๆวัน)

การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคตาแดง

  1. หมั่นรักษาความสะอาดและต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งที่จับบริเวณใบหน้าและตา เนื่องจากโรคตาแดงจะติดต่อโดยการสัมผัสมากที่สุด การล้างมือจะช่วยตัดการแพร่ กระจาย เชื้อได้อย่างดี
  2. ถ้ามีขี้ตามากเช็ดตาด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุกจะช่วยให้สบายตาขึ้น และหากใช้กระดาษหรือสำลี เช็ดขี้ตา เช็ดหน้าแล้วควรทิ้งในถังขยะที่มิดชิด ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำ และอาจ ประคบตา ด้วย ผ้าเย็นหากมีอาการปวดตา
  3. สวมแว่นกันแดดเพื่อลดอาการแพ้แสง
  4. ควรหยุดพักงานหรือพักเรียนเพื่อป้องกันการติดต่ออย่างน้อย 3 วัน หรือจนกว่าน้ำตา ขี้ตา จะลดลง
  5. ไปตรวจพบจักษุแพทย์ตามนัดเพราะไวรัสตาแดงบางชนิดอาจมีการลามจากเยื่อบุตาเข้าไปที่กระจกตาซึ่งอาจทำให้ระยะของโรคนานขึ้นเป็นหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ทำให้จำเป็นต้องหยอดยานานขึ้น และ/หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการหยอดยาได้ เช่นความดันลูกตาสูงขึ้น ต้อกระจก
  6. ไม่ควร
    • ใช้ผ้าปิดตาเพราะอาจทำให้การติดเชื้อมากขึ้น
    • ขยี้ตาหรือเช็ดตาแรงๆ
    • ซื้อยามาหยอดเองเพราะอาการอาจไม่ดีขึ้นหรือเลวลงได้
    • ใช้ยาหยอดตาร่วมกับ ผู้อื่น
    • ใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะหายอักเสบ
    • ว่ายน้ำ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
    • ใช้สายตาเป็นเวลานานๆเช่นอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ทำคอมพิวเตอร์

 

บทความโดย 

พญ.วธูกานต์​ รุ่งภูวภัทร

จักษุแพทย์กระจกตาประจำศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยา

โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)

 และ Mettapracharak International Eye Center (MIEC)